โรคที่เกิดกับดวงตาหากปล่อยปละละเลยเอาไว้ยิ่งนานวันเข้าการรักษาจะยิ่งยากขึ้นจนอาจไม่สามารถรักษาได้อีกเลย และคุณอาจต้องสูญเสียดวงตาไป ดวงตาเป็นอวัยวะที่เราใช้งานกันแทบจะตลอดเวลา เปอร์เซ็นต์โอกาสเสี่ยงเกิดโรคต่าง ๆ ก็มีมากขึ้นตามไปด้วยจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต และอีกหนึ่งสาเหตุหลักก็คือเกิดจากกรรมพันธุ์ ผู้ป่วยบางรายเป็นปัญหาทางสายตาตั้งแต่กำเนิด โรคตาจึงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทั้งในวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่ และโรคตาในวัยผู้ใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวังก็คือต้อหิน
สัญญาณอันตรายที่อาจเป็นสาเหตุของโรคต้อหิน
- กรรมพันธุ์ หากบุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นต้อหินมาก่อน สมาชิกคนอื่น ๆ ภายในครอบครัวก็อาจมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคนี้ได้
- การมองเห็นแย่ลง การโฟกัสมีการจำกัดวงที่แคบลง มองทุกอย่างเป็นภาพขุ่นมัว หากแสงสว่างไม่เพียงพอทำให้ไม่สามารถมองเห็นบริเวณนั้นได้
- อาการทางด้านร่างกาย ปวดหัว คลื่นไส้ ตาพร่ามัว อาการเจ็บป่วยของร่างกายที่เชื่อมโยงถึงการมองเห็น มีอาการตาพร่ามัวและเริ่มมองไม่เห็นร่วมด้วย
- การใช้ยาบางชนิด ยาบางชนิดที่มีสารของสเตียรอยด์ ซึ่งมีอันตรายโดยตรงต่อดวงตาในระยะยาว
วิธีการดูแลและรักษาโรคต้อหินอย่างมีประสิทธิภาพ
- การผ่าตัดและการยิงเลเซอร์ หากการใช้ยาเพื่อรักษาไม่ได้ผล จะเข้าสู่กระบวนการอื่น ๆ นั่นคือการเลเซอร์และการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ ผู้ป่วยบางรายอาจเหมาะกับการใช้ยาหรือการเลเซอร์หรือการผ่าตัดแตกต่างกันไป ไม่ได้เรียงลำดับว่าต้องใช้ยาก่อนแล้วตามด้วยเลเซอร์และต่อมาคือการผ่าตัด อาการของผู้ป่วยบางรายจะเป็นตัวบอกเองว่าผู้ป่วยรายนั้น ๆ เหมาะกับวิธีการรักษาแบบไหน
- การใช้ยา ในขั้นแรกคือการให้ยาซึ่งเป็นวิธีรักษาขั้นพื้นฐาน และดูอาการว่าหากมีการให้ยาแล้วไม่เกิดผลต่อความดันลูกตา จึงจะเข้าสู่กระบวนการต่อ ๆ ไปนั่นก็คือการเลเซอร์และการผ่าตัด
อาการต้อหินมีหลายชนิดมีทั้งแบบชนิดมุมเปิด ชนิดมุมปิด ชนิดเฉียบพลัน ชนิดเรื้อรัง หรือที่เป็นมาแต่กำเนิด แพทย์เฉพาะทางสามารถให้คำอธิบายและแนะนำถึงความเหมาะสมในการรักษาได้ ซึ่งอาการมักเกิดจากความดันลูกตาที่สูงขึ้นผิดปกติจนส่งผลถึงการมองเห็น รวมถึงผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอื่น ๆ อย่างเช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ อาการของโรคเหล่านี้สามารถเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคต้อหินได้ การได้รับการกระทบกระเทือนทางดวงตาหรือผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ แม้ว่าจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาดแต่การดูแลตัวเองและการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอก็สามารถทำให้อาการเหล่านี้ไม่แย่ลง
Tags: การรักษาโรคต้อหิน, ต้อหิน